ต้องบอกว่าต้นไม้ทุกต้นบนโลกใบนี้ไม่มีต้นไหนแข็งแรงที่สุดและแน่นอนว่าทุกต้นสามารถเกิดโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการเติบโต ไปจนถึงระยะของการที่ต้นไม่โตเต็มวัยแล้ว ไม่มีวิธีไหนเลยที่จะทำให้ต้นไม้นั้นปลอดภัยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราต้องสังเกตและเข้าใจพฤติกรรมต้นไม้รวมถึงลักษณะของโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับต้นไม้ของเรา เพราะการเข้าใจต้นไม้นั้นจะทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมากับต้นไม้ของเราคืออะไรและเราจะรับมือป้องกันกับมันยังไง แน่นอนว่าวิธีนี้คือการประเมินความเสี่ยงอย่างหนึ่งของการเลี้ยงต้นไม้ครับเพราะถ้าคุณไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้แล้วคุณก็จะไม่รู้มูลค่าที่อาจเกิดขึ้นจากความเสียหายของคุณได้เลย แล้วถ้าคุณไม่รู้จักมูลค่านั่นคุณก็จะละเลยและปล่อยให้ต้นไม้ต้นอื่นๆเป็นในรูปแบบเดียวกัน มีโรคชนิดหนึ่งที่เกิดกับยิมโนคาไลเซียม ที่ต้องบอกกันตามตรงว่าสิ่งนี้เองที่ทำให้ต้นไม้ของเราน่าเป็นห่วง เพราะนี่คือโรคที่อาจเกิดกับต้นไม้ของคุณได้เช่นเดียวกัน แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโรคนี้คือโรคอะไร และทางป้องควรทำอย่างไร อีกทั้งวิธีการจัดการมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้โรคเหล่านี้ไม่แพร่ขยายพันธุ์ติดกับต้นอื่นๆ แล้ววันนี้ผมจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอาการของต้น ยิมโนคาไลเซียม ลักษณะของการเกิดรอยสีน้ำตาลเป็นด่างบริเวณโคนของลำต้น ว่ามีอะไรบ้างและส่งผลอย่างไร วันนี้ผมจะพาทุกคนไปดูอย่างละเอียดกันครับในบทความ ยิมโนคาไลเซียม มีรอยสีน้ำตาลบริเวณโคนลำต้นอันตรายหรือไม่ ?

อาการรอยสีน้ำตาลไม่ใช่โรคแต่อาจนำไปสู่โรค

อาการรอยสีน้ำตาลไม่ใช่โรคแต่อาจนำไปสู่โรค

ใช่แล้วครับถึงแม้ตอนต้นเราจะบอกว่านี่คือโลกของต้นไม้ชนิดหนึ่งแต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่โรคครับมันคือกลไกการป้องกันตัวของยิมโนคาไลเซียม โดยกลไกป้องกันตัวนี้มีสาเหตุมาจากการที่บริเวณพื้นหน้าดินหรือใต้พื้นดินมีความชื้นสูงและโดยปกติแล้วต้นแคสตัสไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหนก็ตามมักจะไม่ชอบความชื้นหรือน้ำที่มากเกินไป ทำให้ต้นไม้นั้นเปลี่ยนแปลงส่วนของโคนลำต้นที่ถูกความชื้นและอยู่ใกล้กับหน้าดินเป็นสีน้ำตาลซึ่งลักษณะของสีน้ำตาลนั้นจะมีลักษณะเป็นเปลือกแข็ง เปลือกนี้ในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า ค๊อก หรือเรียกกันในภาษาบ้านเราคือลักษณะของเนื้อไม้ แม้จะไม่มีความอันตรายใดๆเมื่อเกิดสิ่งนี้ขึ้นแต่มันคือสัญญาณที่อันตรายมากๆครับที่บอกให้ผู้เลี้ยงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือรูปแบบในการปลูกต้นไม้ คุณลองคิดดูนะครับว่าแคตตัสคือต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำและถ้ามีน้ำมากๆ ที่ตามมาคงหนีไม่พ้นโรครากเน่าที่ขึ้นชื่อลือช้าในการเลี้ยงต้นไม้และผมเชื่ออย่างยิ่งว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับต้นไม้ของตัวเองแน่นอนครับ

เปลือกสีน้ำตาลบ่งบอกถึงความแข็งแรงของต้นไม้

เปลือกสีน้ำตาลบ่งบอกถึงความแข็งแรงของต้นไม้

น้อยครั้งครับที่ยิมโนคาไลเซียม ที่โดนความชื้นจะมีเปลือกสีน้ำตาลแบบต้นไม้ต้นนี้ เพราะการสร้างหรือการเปลี่ยนแปลงและลักษณะของลำต้นจะต้องใช้ความแข็งแรงที่สูงมาก ต้นจะต้องมีความแข็งแรงในระดับหนึ่ง ไม่ป่วยหรือมีโรคแทรกซ้อนใดๆ นั่นจะทำให้ต้นไม้นั้นสามารถวิวัฒนาการตัวเองโดยที่เราไม่ต้องไปทำอะไรเลยครับ โดยปกติแล้วเป็นเรื่องยากมากครับที่จะเกิดค๊อกกับต้นไม้ แต่สาเหตุจริงๆของการเกิดนั้นเกิดมาจากการที่บริเวณด้านล่างหรือลำต้นอยู่ติดกับดินที่มีความชื้นมากเกินไป เมื่อบริเวณนั้นถูกไอระเหยจากน้ำขึ้นไปจะทำให้ต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำอยู่แล้วเกิดการป้องกันตัวเองจากการทำให้ส่วนดังกล่าวแข็งหรือมีลักษณะเหมือนกับไหม มีหลายครั้งครับที่ต้นไม้ไม่แข็งแรงมากพอที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาปกป้องตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่แย่ที่สุดเลยครับ เพราะอาจเน่าหรือส่งผลให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ หรือแย่ที่สุดอาจทำให้ต้นไม้ของเราตายได้เลย

จากสภาพแวดล้อมหลีกเลี่ยงความชื้นที่อาจเกิดขึ้นกับการปลูกต้นไม้

จากสภาพแวดล้อมหลีกเลี่ยงความชื้นที่อาจเกิดขึ้นกับการปลูกต้นไม้

การจัดสภาพแวดล้อมถือเป็นสิ่งสำคัญครับสภาพแวดล้อมที่ดีควรเป็นสภาพแวดล้อมที่มีอากาศถ่ายเทมีลมพัดและแดดเข้าถึง ส่วนสภาพแวดล้อมที่เราควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่งนั่นคือสภาพแวดล้อมที่เกิดอาจทำให้เกิดความชื้นสะสมในอากาศหรือแม้แต่ในต้นไม้เองก็ตาม โดยสภาพแวดล้อมที่เราพูดถึงนี้มีหลายส่วนเลยครับที่อยากให้คุณได้ลองดู แต่ปัจจัยที่ทุกคนมองข้ามคือการนำต้นไม้ที่มีลักษณะของกระถางที่สูงต่างๆกันมาวางใกล้กัน เวลารดน้ำต้นไม้เมื่อน้ำถูกดินดินก็จะดูดซับและอุ้มทำให้สารอาหารสามารถไหลเข้าไปเลี้ยงลำต้นได้ แต่เช่นเดียวกันถ้าในบริเวณต้นไม้ขนาดเล็กนั้นมีกระถางขนาดใหญ่ที่คอยบังลมและแดดอยู่จะทำให้ดินเหล่านั้นแห้งช้าและเกิดไอชื้นที่ค่อนข้างสูงซึ่งไอชื้นนั้นก็จะทำให้เกิดรอยสีน้ำตาลที่ลำต้น แน่นอนว่ามันเกิดกับยิมโนคาไลเซียมบ่อยมากที่สุด แต่ถึงอย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมนี้สามารถทำได้ง่ายๆด้วยการจัดสภาพแวดล้อม ด้วยการนำกระถางที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาตั้งด้วยกัน ไม่ควรนำกระถางที่มีความสูงต่ำแตกต่างกันมาซ้อนกันและควรเว้นระยะช่องไฟรวมถึงให้แดดส่องถึงในบริเวณดังกล่าวอย่างทั่วถึงเพื่อป้องกันการอับชื้นภายในดิน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ ยิมโนคาไลเซียม มีรอยสีน้ำตาลบริเวณโคนลำต้นอันตรายหรือไม่ ? ที่ผมนำมาฝากกันในวันนี้ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยเจออาการนี้มาบ้างแล้ว หรืออาการอื่นๆนอกเหนือจากนี้ สิ่งที่คุณควรทำไม่ใช่การตีโพยตีพาย หรือการโทษสิ่งต่างๆ แต่คุณควรนำอาการนั้นไปถามผู้รู้หรือนำไปหาข้อมูลเพื่อจะได้แก้ปัญหาตรงจุด แล้วที่สำคัญถ้าเป็นโรคในต้นไม้ที่ร้ายแรง มันจะช่วยให้ลดการติดต่อลงได้แน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *