วิธีการปลูกเลี้ยงและดูแลกระบองเพชร

ถึงแม้แคคตัสจะมองดูเหมือนไม้แข็งแกร่ง เพราะมีแต่ลำต้นแข็ง ๆ ไม่มีใบ แถมมีหนามรอบเต็มต้น น่าจะเป็นเกราะป้องกันแมลงได้เป็นอย่างดี แต่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น แคคตัสก็มีศัตรูพืชรุกรานได้เช่นกัน และไม่ใช่ใครที่ไหน “เพลี้ยร้าย”เจ้าเก่านั่นเอง 

เพลี้ย” เป็นแมลงศัตรูพืชตัวเล็กๆ ที่เข้าทำลายโดยการเกาะและดูดกินน้ำเลี้ยงตามยอด ตามผิว ตามตุ่มหนามและราก ซึ่งเพลี้ยที่มักพบในกระบองเพชร มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน แต่ตัวที่อยากจะเน้นว่าเจอบ่อย และมักทำให้ไม้ของเราโทรม ฟีบ เหี่ยวและอาจถึงตายได้ถ้าทิ้งเอาไว้นาน ๆ คือ “เพลี้ยแป้ง

ลักษณะของเพลี้ยแป้ง (Mealy Bug) 

หน้าตาของเพลี้ยแป้งทั้ง 2 ชนิด

ลักษณะของเพลี้ยแป้งมีลำตัวเป็นข้อ ปล้อง รูปร่างกลมหรือยาวรี ส่วนหัวและขาอยู่ใต้ลำตัว มี 6 ขา ไม่มีปีก มีผงแป้งคลุมตัว ปากเป็นแบบดูดกิน ขยายพันธุ์ได้ทั้งโดยการใช้เพศและไม่ใช้เพศ (Thelytokous parthenogenesis) ซึ่งเพศเมียไม่จำเป็นต้องได้รับการผสมพันธุ์จากเพศผู้ มีทั้งประเภทออกลูกเป็นไข่ (Oviparous) หรือออกลูกเป็นตัว (Viviparous)

เพลี้ยแป้ง อยู่ในตระกูลเดียวกันกับเพลี้ยหอย มี 2 ชนิด คือ เพลี้ยแป้งหางสั้นและเพลี้ยแป้งหางยาว เป็นแมลงขนาดเล็ก ตัวอ่อนนุ่มปกคลุมด้วยไขมันและใยผงสีขาวคล้ายแป้ง เป็นแมลงศัตรูพืชที่อันตรายต่อแคคตัส มักแฝงตัวอยู่ตาม ตุ่มหนาม  โคนต้น  ซอกหนามและราก  ถ้าเกาะอยู่ตามราก จะเกาะดูดน้ำเลี้ยงและทำลายระบบราก รากจะเปื่อย แห้งและหลุดออก ทำให้ต้นเหี่ยวเฉาหยุดชะงักการเจริญเติบโต และตายในที่สุด 

จุดสังเกตง่าย ๆ ของ เพลี้ยแป้งที่เกาะกินรากคือ เมื่อรื้อดินออก จะเห็นใยขาว ๆ เกาะอยู่ตามรากหรือกระจายอยู่ในดิน อาจจะเห็นตัวหรือไม่เห็นตัวก็เป็นได้ ควรทำการกำจัดออก เพราะนอกจากเพลี้ยแป้งจะอาศัยอยู่ในกระถางที่เราพบแล้ว ส่วนใหญ่ยังจะกระจายอยู่ในยังกระถางอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้กัน และแพร่พันธุ์ออกลูกออกหลานอีกมากมาย

https://2.bp.blogspot.com/-JOeNbSgjgkg/V7LrXOgByHI/AAAAAAAAESA/oo92HEHHiu8wiBA-TvvpcKzXMjyMCX9ygCLcB/s320/%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%259B%25E2%2580%258B%25E0%25B8%2596%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A27931-001.jpg

Cactus ที่โดนเพลี้ยแป้งเล่นงาน จะฟีบลง โคนยุบ ผิวพรรณไม่สดใส และไม่เติบโต

https://3.bp.blogspot.com/-o2-ImtPictk/V7LsGX_PXRI/AAAAAAAAESM/kzJBIUYpJYwy4Tr-Vu9cpew_jUFvgJ-TgCLcB/s320/%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%259B%25E2%2580%258B%25E0%25B8%2596%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A27942-001.jpg

เมื่อรื้อกระถางแคคตัสออก จะพบใยสีขาวกระจายอยู่ในดินนั่นคือรังของเพลี้ยแป้ง 

ถ้าสังเกตดี ๆจะพบตัวเพลี้ยอาศัยอยู่

https://2.bp.blogspot.com/-33DPi8bdPEI/V7Ls6fPl7GI/AAAAAAAAESY/A6apZD4_FSUg-Km9km6P79nfrrAP1Hp4QCLcB/s320/%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%259B%25E2%2580%258B%25E0%25B8%2596%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A27946-001.jpg

รังของเพลี้ยแป้งในดิน

ควรมีการเปลี่ยนดินทุก 6 เดือน เพื่อสังเกตว่ามีศัตรูพืฃกำลังรุกรานแคคตัสของเราหรือไม่

https://4.bp.blogspot.com/-x9ojXRtWHbE/V7LtcCocB2I/AAAAAAAAESg/a63atjHloLUKaxtneMEGaozCI6hcXxzWwCLcB/s320/%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%259B%25E2%2580%258B%25E0%25B8%2596%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A27952-001.jpg

เพลี้ยจะเกาะตามรากและดูดน้ำเลี้ยงทำให้ต้นฟีบ เหี่ยวและโทรม

https://3.bp.blogspot.com/-0nAix1_waiE/V7LuBGLJBnI/AAAAAAAAESk/CQihAiONfO4LvZc7AQchyMRQsyn6QsDYgCLcB/s320/%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%259B%25E2%2580%258B%25E0%25B8%2596%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A27970-001.jpg

การกำจัด ตัดรากให้กุดตามภาพ ฉีดน้ำไล่เพลี้ยออก หรือใช้ยา

วางผึ่งในร่ม และนำลงปลูกในดินใหม่

ขอบคุณรูปภาพ CHOW Cactus

เพลี้ยญี่ปุ่น (Cochineal Insect) 

เพลี้ยอีกชนิดหนึ่งที่แนะนำว่าควรระวังสำหรับการเลี้ยงแคคตัสคือ เพลี้ยญี่ปุ่น มีข้อมูลว่า เพลี้ยญี่ปุ่นเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งพบระบาดในวงการแคคตัสบ้านเราเมื่อไม่นาน สันนิษฐานว่าติดมาจากไม้ที่นำเข้ามาจากประเทศจีนและญี่ปุ่น มักจะเกิดกับไม้ในสกุล แอสโตร อริโอ ยิมโน เมโล 

D:\2562\cactus2\66223962_2380359435579313_4044432593674829824_n.jpg

เพลี้ยญี่ปุ่นรุมกินยอดแคคตัส (เมโลฟ้า)

66057670_2380359488912641_1224965393404133376_n

เมื่อเขี่ยดูที่ยอดจะพบตัวเพลี้ยสีชมพูอมม่วง

D:\2562\cactus2\66074311_2380359548912635_2384561341613473792_n.jpg

เพลี้ยญี่ปุ่นทำลายยอดกินลึกลงไปในเนื้อ ทำให้แคคตัสเสียโฉม ใช้เวลาหลายปีกว่าจะไล่ลง

โดยเพลี้ยชนิดนี้จะแฝงตัวอยู่บริเวณตุ่มหนามบนยอด ลักษณะเป็นปุยสีขาวฟูขึ้นมา ถ้าไม่สังเกตให้ดี จะคิดว่าเป็นขนที่ตุ่มหนาม (Alero) ซึ่งเป็นลักษณะปกติของแคคตัสหลายสายพันธุ์ แต่ถ้าก้อนปุยสีขาวใหญ่เร็วขึ้นอย่างผิดปกติ ให้ระวังว่าจะเป็นเพลี้ยญี่ปุ่น เมื่อลองเขี่ยดูจะพบเป็นตัวเพลี้ยสีชมพูอมม่วง ซึ่งมักอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ลักษณะการทำลายจะดูดกินน้ำเลี้ยงทำให้ยอดเสีย และไม้หยุดการเจริญเติบโต ผิวบริเวณที่ถูกทำลายจะเป็นตำหนิ มีสีน้ำตาลเข้มหรือดำ ไม้จะเสียโฉม ไม่สวย แม้จะรักษาหายแล้วก็จะเป็นรอยแผลเป็น จนกว่าจะไล่ลง ซึ่งใช้เวลาหลายปี

การป้องกัน

  1. หมั่นสังเกตไม้ที่เลี้ยงว่ามีการเจริญเติบโตดีหรือไม่ แคคตัสที่เจริญเติบโตตามปกติ จะสังเกตได้จาก หนามสดใสแข็งแรง ผิวเงาเป็นมันไม่ซีดหยาบ มีขนาดใหญ่ขึ้นตามอายุ ถ้าไม้ฟีบ ผิวแห้ง โคนยุบ หนามดูไม่สดใส แสดงว่าโดนโจมตีจากศัตรูพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง 
  2. หมั่นเปลี่ยนดินทุก 6 เดือน การเปลี่ยนดินจะทำให้รู้ว่ามีศัตรูพืชพวกเพลี้ยแป้งซ่อนอยู่ในดินหรือไม่
  3. โรงเรือนหรือที่วางกระบองเพชรควรมีความสะอาด แห้ง ไม่ชื้นแฉะ 
  4. ระวังและสังเกต “มด” ในโรงเรือน เพราะมดเป็นตัวการสำคัญที่พาเอาเพลี้ยมายังต้นไม้ของเรา
  5. เวลาซื้อไม้มาใหม่ ก่อนนำเข้าโรงเรือนควรมีการพักไม้ดูอาการว่ามีโรคหรือเพลี้ยติดมากับไม้หรือไม่ หรือเป็นไปได้ควรเปลี่ยนดิน หรือแช่น้ำยากำจัดเพลี้ยและเชื้อรา

การกำจัดเพลี้ย

  1. หากเลี้ยงไม้จำนวนไม่มาก 
  1. ถ้าไม้มีจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงชนิดที่ใช้กับเพลี้ยแป้ง ซึ่งมีหลายยี่ห้อ เช่น 

Credit : ThaiWikipedia, www.facebook.com/SirinartCenter, www.facebook.com/marcactus, chowcactus.blogspot.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *